Victoria’s Secret ได้เปิดแสดงแฟชั่นโชว์เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ณ.อาคารโกดักเธียเตอร์ในฮอลลีวูด ซึ่งมีบรรดาซุปเปอร์โมเดลอย่าง Adriana Lima , Alessandra Ambrosio, Heidi Klum, Miranda Kerr, Selita Ebanks, Izabel Goulart, Karolina Kurkova and Marisa Miller ที่ทาง Victoria’s Secret เรียกว่า “นางฟ้าของ Victoria’s Secret” สไปซ์เกิล วงซีล และ Will.i.am เปิดคอนเสิร์ทย่อยๆ บนเวที
Victoria’s Secret ก่อตั้งขึ้นในปี 1977 โดยนาย Roy Raymond จากการที่ Roy Raymond พยายามหาซื้อชุดชั้นในเป็นของขวัญให้แฟน เขาไม่ค่อยสะดวกใจมากนักที่จะออกไปซื้อชุดชั้นในในห้างสรรพสินค้า เนื่องจากรู้สึกว่าที่เป็นเปิดเผยเกินไปหน่อย เขาจึงเปิดร้านเล็กๆ ขึ้นมาพร้อมๆ กับการจำหน่ายทางไปรษณีย์ ซึ่งร้านที่เขาสร้างขึ้นมานั้นให้ความสะดวกในการเลือกซื้อชุดชั้นในให้ผู้ชายมากขึ้น หลังจากนั้นอีก 5 ปี คือในปี 1982 นาย Roy Raymond จึงตัดสินใจขายกิจการให้กับ Limited Brands Inc
Limited Brands Inc ได้รักษาภาพลักษณ์ของ Victoris’s Secret ไว้ และได้พัฒนาแบรนด์ Victoria’s Secret ขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษ 1980 บริษัทยังได้ขยายไลน์สินค้าไปยังรองเท้า เสื้อผ้า น้ำหอม ในช่วงปี 1990 Victoria’s Secret จึงกลายเป็นร้านค้าปลีกชุดชั้นในที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา และมียอดขายระดับพันล้านเหรียญสหรัฐ
ปัจจุบัน Victoria’s Secret มีร้านค้าปลีกชุดชั้นในกว่า 1,000 แห่งทั่วสหรัฐ มีการส่งแคตตาล็อกผ่านทางไปรษณีย์กว่า 400 ล้านฉบับต่อปี ในประเด็นนี้ Victoria’s Secret จึงถูกโจมตี และถูกกดดันอย่างหนักจากผู้อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพราะแคตตาล็อกจำนวนมากหมายถึงการต้องใช้กระดาษจำนวนมหาศาลในการผลิต รวมถึงปัญหาการย่อยสลายของกระดาษเคลือบสีอย่างดี ในปี 2006 ที่ผ่านมาทาง Victoria’s Secret จึงบรรลุข้อตกลงกับกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในการใช้กระดาษที่ย่อยสลายง่าย และ 10% ของกระดาษวัตถุดิบ ต้องนำมาจากกระดาษที่ผ่านการรีไซเคิล
Victoria’s Secret มีชื่อเสียงอย่างมากเรื่องแฟชั่นโชว์ และแคตตาล็อกสินค้า สิ่งที่ผมสะดุดใจและต้องนำแบรนด์นี้มาให้รู้จัก เพราะการนำเสนอแฟชั่นโชว์ของ Victoria’s Secret มีความน่าสนใจ เป็นการหลอมรวมการเดินแฟชั่น คอนเสิร์ท และโชว์ที่ตระการตา แตกต่างจากแฟชั่นโชว์ทั่วไปที่ส่วนใหญ่ เดินออก เดินเข้า และดีไซน์เนอร์ออกมาขอบคุณ ดังนั้นแฟชั่นโชว์ของ Victoria’s Secret จึงสร้างความตื่นตาตื่นใจ ประสบการณ์ที่แปลกใหม่ และสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าชม และสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของแฟชั่นโชว์ของ Victoria’s Secret ไปแล้วคือ ปีกนางฟ้า ที่นางแบบจะสวมไส่เมื่ออยู่บนแค๊ตวอร์ค นี่เป็นภาพบางส่วนของงานแสดงแฟชั่นโชว์ล่าสุด

ใครที่เคยดูเรื่อง 300 คงจะเห็นว่านักแสดงที่เป็นนักรบชาวสปาตัน 300 คนนั้น “บึก” กันขนาดไหน วันนี้ผมมีคลิปการฝึกฝนให้ร่างกายแข็งแรงบึกบึนอย่างชาวสปาตัน ที่คุณก็สามารถออกกำลังกายฝึกฝนได้ที่บ้าน ผู้ที่ทำคลิปอันนี้คือนาย Arnel Ricafranca เจ้าของเว็บไซต์ iwantsixpackabs.com มีทั้งหมด 10 ตอน มีคนเข้ามาดูหลายแสนคน เฉพาะตอนที่ 1 ตอนเดียว ก็มียอดผู้เข้าดูกว่า 4 แสนคน
ขอเริ่มจากตัวอย่างภาพยนต์เรื่อง 300 ก่อนแล้วกันนะครับ เผื่อว่าบางคนยังไม่เคยดูหนังเรื่องนี้ [เทคนิคการดูคลิปให้ต่อเนื่องคือ ให้โหลดลงมาเล็กน้อย แล้วกดปุ่มหยุดชั่วคราว ให้หนังโหลดมาก่อนสักพัก แล้วจึงกดเล่นต่อ จะได้ไม่ขัดอารมณ์]
แคมเปญจน์การตลาดแบบกองโจร Mini Clubman ของรถ Mini ในเมืองแฟรงเฟริต เยอรมัน ถูกคำสั่งระงับ หลังจากฉายภาพโฆษณาเข้าสู่อาคาร Messeturm ได้เพียง 3 วัน
เคมเปญจน์โฆษณาของรถ Mini ประสบความสำเร็จสูงมาก ก่อให้เกิดการกดดันต่อคู่แข่งอย่างสูง โฆษณาของรถ Mini จะมีอยู่ทุกที่ในเมือง ป้ายรถเมล์ หรือแม้กระทั่งทางม้าลาย Read the rest of this entry »
จากข่าวการเตรียมตัวรุกตลาดบรอดแบรนด์ไร้สายของดีแทคเป็นเรื่องน่าสนใจ และเป็นสัญญาณบ่งบอกการบูรณาการสื่อ เสียง ข้อมูล ภาพ ที่จะส่งไปยังอุปกรณ์พกพาอย่างโทรศัพท์มือถือของพวกเรา โทรศัพท์มือถือในปัจจุบันเริ่มมีการรองรับการทำงานแบบ dual mode ที่สามารถใช้กับโครงข่ายโทรศัพท์ปัจจุบัน พร้อมกับการใช้งานอินเทอร์เน็ตไปจนถึงการใช้โทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต (VOIP) และมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ทางด้านบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ก็เพิ่งจัดตั้งบริษัท ซุปเปอร์ บรอดแบรนด์ เน็ทเวอร์ค จำกัด หรือเอสบีเอ็นขึ้นมา พร้อมงบลงทุนในปีหน้าถึง 2,040 ล้านบาท ในการวางไอพีเน็ทเวิร์ค แอพพลิเคชั่นบนเครือข่าย รวมไปถึงรองรับการใช้โทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต (VOIP) พร้อมๆ กันนี้ก็เริ่มให้บริการแบบ dual mode ล่าสุดได้ออกบริการ AIS net call เป็นการให้บริการ VOIP จากโทรศัพท์มือถือผ่านเครือข่าย Wi-Fi โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเอไอเอสก็ได้เปิดตัวให้บริการดังกล่าวที่ ม.หอการค้า โดยมองว่าเมื่อเข้ามาอยู่ในคอมมูนิตี้มหาวิทยาลัย ก็จาะปลี่ยนระบบปกติ (GSM) มาใช้ประโยชน์จากการใช้โทรศัพท์จากอินเทอร์เน็ต (VOIP) เพื่อการสื่อสารกันภายในกลุ่ม และเมื่อกลับออกมาข้างนอกก็จะกลับมาใช้เน็ตเวิร์คของมือถือปกติ
จากข่าวที่ออกมาเรายังเห็นภาพไม่ชัดว่าดีแทคมีวิสัยทัศน์ต่อการทำตลาดบรอดแบรนด์ไร้สายอย่างไร โดยหากมองแยกส่วนธุรกิจผู้ให้บริการโครงข่ายโทรศัพท์มือถือกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบรนด์ไร้สาย อย่างหลังดูเหมือนดีแทคคงต้องเหนื่อยอีกมาก เพราะต้องตอบคำถามถึงเทคโนโลยีที่ใช้ว่าจะเป็น Wi-Fi ที่มีข้อดีที่ต้นทุนการลงทุนและการใช้งานต่ำ การใช้งานแพร่หลาย แต่ข้อเสียคือมีระยะการให้บริการจำกัด Wi-Max ที่มาตรฐานยังไม่นิ่งเท่าที่ควร ผู้ใช้งานกลุ่มเป้าหมายนับแสนนับล้านคนต้องซื้ออุปกรณ์รับส่งสัญญาณใหม่ รวมถึงราคาอุปกรณ์รับส่งสัญญาณที่ยังมีราคาสูง จึงไม่ใช่เป็นเรื่องง่ายในทำตลาด 3G ที่เกือบจะสามารถให้บริการได้ทันที แต่ต้นทุนการใช้งาน และความเร็วในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตยังคงห่างไกลจาก Wi-Fi อยู่มาก
สำหรับในมุมมองทางธุรกิจที่ปัจจุบันมูลค่าตลาดการให้บริการอินเทอร์เน็ตอยู่ที่ประมาณ 5,000 ล้านบาท (ประมาณการว่า 50% เป็นการให้บริการสำหรับองค์กรธุรกิจ และอีก 50% เป็นตลาดผู้ใช้งานตามบ้าน) และหากดีแทคจะเข้ามาแย่งตลาดผู้ใช้งานตามบ้าน มูลค่าตลาดก็จะเหลือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เทียบกับมูลค่าตลาดการให้บริการโครงข่ายโทรศัพท์มือถือที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท หรือเมื่อเทียบกับหน่วยงานธุรกิจ Non-Voice ก็ยังอาจมีรายได้มากกว่าด้วยซ้ำ อีกทั้งยังต้องแข่งขันกับเจ้าตลาดบรอดแบรนด์ปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นทรู ทีโอที ทีทีแอนด์ที และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตอีก 70 ราย
แต่หากดีแทคมองการตั้งบริษัทบอร์ดแบรนด์ไร้สายมาเพื่อรองรับวิสัยทัศน์มือถือจะกลายเป็น “แพลตฟอร์ม” ที่เปิดฉากด้วยแอปเปิล ไอโฟน หรือกูเกิ้ล แอนดรอยด์ (Android) โดยมือถือจะกลายเป็นอุปกรณ์พกพาที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนทุกๆ คน ไม่ใช่โทรศัพท์โทรเข้าโทรออก และหากมองในมุมมองนี้นอกเหนือจากการพัฒนาโครงข่ายบรอดแบรนด์ไร้สายเพื่อเติมเต็มศักยภาพอุปกรณ์พกพาแล้ว ดีแทคอาจต้องมองไปยังแอพพลิเคชั่นบนโครงข่ายโทรศัพท์มือถือ ที่ดีไม่ดีอาจมีรายได้มากกว่าการให้บริการอินเทอร์เน็ตมากมาย