Nov
16

dtac.JPEG

จากข่าวการเตรียมตัวรุกตลาดบรอดแบรนด์ไร้สายของดีแทคเป็นเรื่องน่าสนใจ และเป็นสัญญาณบ่งบอกการบูรณาการสื่อ เสียง ข้อมูล ภาพ ที่จะส่งไปยังอุปกรณ์พกพาอย่างโทรศัพท์มือถือของพวกเรา โทรศัพท์มือถือในปัจจุบันเริ่มมีการรองรับการทำงานแบบ dual mode ที่สามารถใช้กับโครงข่ายโทรศัพท์ปัจจุบัน พร้อมกับการใช้งานอินเทอร์เน็ตไปจนถึงการใช้โทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต (VOIP) และมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ทางด้านบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ก็เพิ่งจัดตั้งบริษัท ซุปเปอร์ บรอดแบรนด์ เน็ทเวอร์ค จำกัด หรือเอสบีเอ็นขึ้นมา พร้อมงบลงทุนในปีหน้าถึง 2,040 ล้านบาท ในการวางไอพีเน็ทเวิร์ค แอพพลิเคชั่นบนเครือข่าย รวมไปถึงรองรับการใช้โทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต (VOIP) พร้อมๆ กันนี้ก็เริ่มให้บริการแบบ dual mode ล่าสุดได้ออกบริการ AIS net call เป็นการให้บริการ VOIP จากโทรศัพท์มือถือผ่านเครือข่าย Wi-Fi โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเอไอเอสก็ได้เปิดตัวให้บริการดังกล่าวที่ ม.หอการค้า โดยมองว่าเมื่อเข้ามาอยู่ในคอมมูนิตี้มหาวิทยาลัย ก็จาะปลี่ยนระบบปกติ (GSM) มาใช้ประโยชน์จากการใช้โทรศัพท์จากอินเทอร์เน็ต (VOIP) เพื่อการสื่อสารกันภายในกลุ่ม และเมื่อกลับออกมาข้างนอกก็จะกลับมาใช้เน็ตเวิร์คของมือถือปกติ

จากข่าวที่ออกมาเรายังเห็นภาพไม่ชัดว่าดีแทคมีวิสัยทัศน์ต่อการทำตลาดบรอดแบรนด์ไร้สายอย่างไร โดยหากมองแยกส่วนธุรกิจผู้ให้บริการโครงข่ายโทรศัพท์มือถือกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบรนด์ไร้สาย อย่างหลังดูเหมือนดีแทคคงต้องเหนื่อยอีกมาก เพราะต้องตอบคำถามถึงเทคโนโลยีที่ใช้ว่าจะเป็น Wi-Fi ที่มีข้อดีที่ต้นทุนการลงทุนและการใช้งานต่ำ การใช้งานแพร่หลาย แต่ข้อเสียคือมีระยะการให้บริการจำกัด Wi-Max ที่มาตรฐานยังไม่นิ่งเท่าที่ควร ผู้ใช้งานกลุ่มเป้าหมายนับแสนนับล้านคนต้องซื้ออุปกรณ์รับส่งสัญญาณใหม่ รวมถึงราคาอุปกรณ์รับส่งสัญญาณที่ยังมีราคาสูง จึงไม่ใช่เป็นเรื่องง่ายในทำตลาด 3G ที่เกือบจะสามารถให้บริการได้ทันที แต่ต้นทุนการใช้งาน และความเร็วในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตยังคงห่างไกลจาก Wi-Fi อยู่มาก

สำหรับในมุมมองทางธุรกิจที่ปัจจุบันมูลค่าตลาดการให้บริการอินเทอร์เน็ตอยู่ที่ประมาณ 5,000 ล้านบาท (ประมาณการว่า 50% เป็นการให้บริการสำหรับองค์กรธุรกิจ และอีก 50% เป็นตลาดผู้ใช้งานตามบ้าน) และหากดีแทคจะเข้ามาแย่งตลาดผู้ใช้งานตามบ้าน มูลค่าตลาดก็จะเหลือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เทียบกับมูลค่าตลาดการให้บริการโครงข่ายโทรศัพท์มือถือที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท หรือเมื่อเทียบกับหน่วยงานธุรกิจ Non-Voice ก็ยังอาจมีรายได้มากกว่าด้วยซ้ำ อีกทั้งยังต้องแข่งขันกับเจ้าตลาดบรอดแบรนด์ปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นทรู ทีโอที ทีทีแอนด์ที และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตอีก 70 ราย

แต่หากดีแทคมองการตั้งบริษัทบอร์ดแบรนด์ไร้สายมาเพื่อรองรับวิสัยทัศน์มือถือจะกลายเป็น “แพลตฟอร์ม” ที่เปิดฉากด้วยแอปเปิล ไอโฟน หรือกูเกิ้ล แอนดรอยด์ (Android) โดยมือถือจะกลายเป็นอุปกรณ์พกพาที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนทุกๆ คน ไม่ใช่โทรศัพท์โทรเข้าโทรออก และหากมองในมุมมองนี้นอกเหนือจากการพัฒนาโครงข่ายบรอดแบรนด์ไร้สายเพื่อเติมเต็มศักยภาพอุปกรณ์พกพาแล้ว ดีแทคอาจต้องมองไปยังแอพพลิเคชั่นบนโครงข่ายโทรศัพท์มือถือ ที่ดีไม่ดีอาจมีรายได้มากกว่าการให้บริการอินเทอร์เน็ตมากมาย

(0) Comments    Read More